รวบรวม Link ที่มีผู้ออกความคิดเห็นเกี่ยวกับจ่าย-หรือไม่จ่ายค่าส่วนกลางแล้วผลเป็นอย่างไร
อันแรกจาก เว็บไซด์ศูนย์ปรึกษากฎหมายประชาชน
เว็บที่สองจากเว็บ Pantip อ่านแล้วได้ความรู้และความมันไปด้วย
เว็บที่สาม จาก Pantip ใครเคยมีประสบการณ์ "ไม่จ่ายค่าส่วนกลาง". บ้างคะ.
ลองไปอ่านดูมีมุมมองและเหตุผลของแต่ละคนแตกต่างกันไป น่าศึกษาและเป็นอุทธาหรณ์
เป็นอย่างดีแก่กรรมการนิติบุคคลฯและลูกบ้าน
สำหรับในหมู่บ้านฮาบิเทียบางใหญ่ของเราผ่านการมีกรรมการบริหารชุดแรก 2 (2555-2557ปีและชุดที่ 2 (2557-2559)
แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนเดิมอยู่ จะมีมาเพิ่มแค่ 2 คน แต่น่าเสียดาย 2 คนที่เพิ่มใหม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการไปแล้วด้วยด้วยเหตุผลส่วนตัว กรรมการที่เหลืออยู่มุ่งมั่นที่จะทำงานและบริหารจัดการ
เงินส่วนกลางให้ดีที่สุด ให้ได้ประโยชน์สูงสุดและ โปร่งใสตรวจสอบได้ตลอดเวลา
วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558
การจ่ายค่าส่วนกลางให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
พบบทความที่เกี่ยวข้องกับ กรรมการนิติบุคคลฯและลูกบ้าน นำมาเป็นความรู้ เปรียบเทียบความคิดเห็นจากหลายหมู่บ้านหลายๆคน
การจ่ายค่าส่วนกลางให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อคำนึงถึงความจำเป็นที่นิติบุคคลหมู่บ้าน จัดสรรที่ต้องบริหารจัดการให้หมู่บ้านอยู่ในสภาพที่ดี สังคมที่ดี ผู้อยู่อาศัยมีความสุข แต่ที่พบเห็นเสมอคือจะมีผู้อาศัย จำนวนหนึ่งมักอ้างสิทธิว่าตัวเองมีสิทธิในทรัพย์สินส่วนตัวและสิทธิในพื้นที่ส่วนรวมภายในหมู่บ้าน แต่ปฏิเสธหน้าที่และ ความรับผิดชอบในการจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนกลาง โดยจะอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ
ลูกบ้านที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริหารและกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทุกแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต่างก็พยายามหาวิธีทางจัดการในรูปแบบที่ต่างกัน บ้างครั้งก็ได้ผลไม่ได้ผลบ้าง
การดำเนินการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมักจะใช้วิธีการจากเบาไปหาหนัก มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนสติ้กเกอร์ เข้า-ออกหมู่บ้านทุก 3 เดือน 6 เดือน หรือทุกปี เพื่อกระตุ้นให้ลูกบ้านมาชำระค่าส่วนกลาง โดยแลกกับในการเข้า-ออก หมู่ บ้านที่สะดวก แต่วิธีนี้ก็ไม่สามารถใช้กับลูกบ้านที่เห็นแก่ตัวได้เพราะผู้ที่ไม่ชำระก็มักจะยอมแลกบัตรทุกเช้า-เย็น หรือไม่ก็ ยอมลงมาจากรถ เพื่อยกไม้กั้นทางเข้า-ออกด้วยตัวเองก็มี
วิธีที่แรงขึ้นมาอีกขั้น คือการงดจัดเก็บขยะ หรืองดสิทธิในการเรียกร้องค่าชดเชยกรณีมีขโมยขึ้นบ้าน แต่ก็อาจจะ ไม่ได้ผลมากนัก เพราะลูกบ้านที่ตั้งใจจะไม่จ่าย ก็จะไม่สนใจและไม่กลัวขโมยก็มี
พรบ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 บัญญัติไว้ว่าผู้ที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป อาจระงับการ ให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค และในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ระงับการจดทะเบียนสิทธิสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วน (ซึ่งจะคล้ายกับ พรบ. อาคารชุด)
ผลทางกฎหมาย คือเมื่อลูกบ้านผู้ค้างชำระเกิน 6 เดือน ให้นิติบุคคลสามารถระงับการทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน ได้ แต่เมื่อมาคิดดูดีๆ แล้วจะพบว่า กว่าผู้ซื้อบ้านจะผ่อนหมด จนถึงวันจะทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ก็ใช้เวลาประมาณ 15-25 ปี กว่าจะทำนิติกรรมอีกครั้งก็ต้องรอเป็นสิบๆปี ถ้าไม่ยอมจ่ายทำไม
คำตอบจากที่พบ จากแนวทางปฏิบัติของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเคยปฏิบัติมาคือ การฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งเป็นวิธี เดียวที่ได้ผลแน่นอน 100% และปัจจุบันศาลได้มีการพิจารณาคดีหลายร้อยคดี มีแนวทางที่ชัดเจนว่าผู้อาศัยต้องเป็นผู้มีหน้าที่ ชำระค่าส่วนกลาง เพราะเห็นว่าในเมื่อเราซื้อบ้านจัดสรรเราย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่า เราจะต้องจ่ายค่าส่วนกลาง
ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านจัดสรรทั้งหลายขออย่าได้ดื้อดึงหรือเอารัดเอาเปรียบ เพื่อนบ้านเลยนะครับ เพราะในที่สุดแล้วเมื่อ มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ผู้ซื้อบ้านก็ต้องเสียทั้งค่าส่วนกลาง ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าทวงถาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าทนาย และยังไม่นับรวมค่าเสียเวลา และอื่นๆ อีกมากมาย
จากดินสอพอง
การจ่ายค่าส่วนกลางให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อคำนึงถึงความจำเป็นที่นิติบุคคลหมู่บ้าน จัดสรรที่ต้องบริหารจัดการให้หมู่บ้านอยู่ในสภาพที่ดี สังคมที่ดี ผู้อยู่อาศัยมีความสุข แต่ที่พบเห็นเสมอคือจะมีผู้อาศัย จำนวนหนึ่งมักอ้างสิทธิว่าตัวเองมีสิทธิในทรัพย์สินส่วนตัวและสิทธิในพื้นที่ส่วนรวมภายในหมู่บ้าน แต่ปฏิเสธหน้าที่และ ความรับผิดชอบในการจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนกลาง โดยจะอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ
ลูกบ้านที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริหารและกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทุกแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต่างก็พยายามหาวิธีทางจัดการในรูปแบบที่ต่างกัน บ้างครั้งก็ได้ผลไม่ได้ผลบ้าง
การดำเนินการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมักจะใช้วิธีการจากเบาไปหาหนัก มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนสติ้กเกอร์ เข้า-ออกหมู่บ้านทุก 3 เดือน 6 เดือน หรือทุกปี เพื่อกระตุ้นให้ลูกบ้านมาชำระค่าส่วนกลาง โดยแลกกับในการเข้า-ออก หมู่ บ้านที่สะดวก แต่วิธีนี้ก็ไม่สามารถใช้กับลูกบ้านที่เห็นแก่ตัวได้เพราะผู้ที่ไม่ชำระก็มักจะยอมแลกบัตรทุกเช้า-เย็น หรือไม่ก็ ยอมลงมาจากรถ เพื่อยกไม้กั้นทางเข้า-ออกด้วยตัวเองก็มี
วิธีที่แรงขึ้นมาอีกขั้น คือการงดจัดเก็บขยะ หรืองดสิทธิในการเรียกร้องค่าชดเชยกรณีมีขโมยขึ้นบ้าน แต่ก็อาจจะ ไม่ได้ผลมากนัก เพราะลูกบ้านที่ตั้งใจจะไม่จ่าย ก็จะไม่สนใจและไม่กลัวขโมยก็มี
พรบ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 บัญญัติไว้ว่าผู้ที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป อาจระงับการ ให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค และในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ระงับการจดทะเบียนสิทธิสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วน (ซึ่งจะคล้ายกับ พรบ. อาคารชุด)
ผลทางกฎหมาย คือเมื่อลูกบ้านผู้ค้างชำระเกิน 6 เดือน ให้นิติบุคคลสามารถระงับการทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน ได้ แต่เมื่อมาคิดดูดีๆ แล้วจะพบว่า กว่าผู้ซื้อบ้านจะผ่อนหมด จนถึงวันจะทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ก็ใช้เวลาประมาณ 15-25 ปี กว่าจะทำนิติกรรมอีกครั้งก็ต้องรอเป็นสิบๆปี ถ้าไม่ยอมจ่ายทำไม
คำตอบจากที่พบ จากแนวทางปฏิบัติของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเคยปฏิบัติมาคือ การฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งเป็นวิธี เดียวที่ได้ผลแน่นอน 100% และปัจจุบันศาลได้มีการพิจารณาคดีหลายร้อยคดี มีแนวทางที่ชัดเจนว่าผู้อาศัยต้องเป็นผู้มีหน้าที่ ชำระค่าส่วนกลาง เพราะเห็นว่าในเมื่อเราซื้อบ้านจัดสรรเราย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่า เราจะต้องจ่ายค่าส่วนกลาง
ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านจัดสรรทั้งหลายขออย่าได้ดื้อดึงหรือเอารัดเอาเปรียบ เพื่อนบ้านเลยนะครับ เพราะในที่สุดแล้วเมื่อ มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ผู้ซื้อบ้านก็ต้องเสียทั้งค่าส่วนกลาง ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าทวงถาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าทนาย และยังไม่นับรวมค่าเสียเวลา และอื่นๆ อีกมากมาย
จากดินสอพอง
วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558
วิธีการยกเลิก นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร(แบบเอาจริง เอาจัง เหน็บแนม แกมประชด)
วิธีการยกเลิก
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร(แบบเอาจริง เอาจัง เหน็บแนม แกมประชด)
-แนะนำว่า
ให้ท่านสมัครเป็นกรรมการหมู่บ้าน หรือ นิติบุคคล โดยหาเสียงว่า ถ้าเราได้เป็น
จะจดทะเบียนเลิกนิติบุคคล จะได้เลิกเก็บค่าคุ้มครอง เอ๊ย ค่าส่วนกลาง ซะ
-หากได้เป็นประธาน
ให้เลือกกรรมการ 4 คน. ทำบันทึกการประชุม
จดทะเบียนเลิก 20,000 บาท
-จดทะเบียน
เลิกนิติบุคคล แล้วทำจดหมายแจ้งไปยัง เทศบาล/อบต.(กรมที่ดิน) ทราบว่าหมู่บ้านนี้ได้จดทะเบียนเลิกกิจการ
เรียบร้อยแล้ว ขอให้ทาง เทศบาล/อบต. มาดูแลต่อ และทุกบ้านก็เหลือภาระแค่ไปจ่าย
ค่าขยะ หลังละ 30-40 บาท ต่อเดือน อย่างเดียวเท่านั้น...เฮ……เป็นไทแล้วโว้ย
ส่วนไฟของถนนในหมู่บ้านไม่ต้องกลัวว่าจะดับ ที่เป็นหลอดไฟฟ้าตามเสา รวมถึงถนน
ก็เป็นหน้าที่ของรัฐคือ เทศบาล/อบต. เค้าก็จะมาดูแลให้ต่อไป...
หรือถ้ากลัวจัดมาก
ว่าบ้านจะมืด หรือ ไม่มีคนดูแล ก็ให้จั๊มต่อให้เข้าไปในมิเตอร์บ้านเราเลยก็ได้
หน้าบ้านเรา เราจ่ายเองก็ได้…
และยืนยันว่าไม่มีใครมีสิทธิ์มาตัด
น้ำ ไฟ ของบ้านเรา เพราะเราได้ขอไปกับการไฟฟ้า หรือประปามาแล้ว
เลิกไปเถอะ
“ค่าส่วนกลาง”
พวกที่เข้ามาเป็นกรรมการโดยมาก
99% มาหาผลประโยชน์
-ส่วนเรื่องความปลอดภัย เป็นเรื่องของ บุญกรรม การจัดการ
และการวางตัว...
ต่อให้มี
“ยาม”
มันก็ไม่ได้ช่วยรับประกันว่าขโมยจะไม่มาขึ้นบ้าน
เห็นขึ้นกันสนุกเลย
หลายครั้ง
ก็เสียเงินจ้างยามมาเป็นสายโจร
-ต้นไม้หน้าบ้าน
เก็บไว้ดูแลตัดแต่งเอง กวาดใบไม้เอง ได้ออกกำลังกายดีออก ต้นไม้อะไรดูแลยาก เช่น
ชาดัด เข็ม ต้องตัดแต่ง ก็เอาออกไปเลย เอากระถางดอกไม้สวยๆ อ่างบัว มาตั้งแทน
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหมู่บ้านขนาดเล็ก
แต่สำหรับหมู่บ้านขนาดใหญ่
คงต้องคิดให้รอบ เพราะปัญหาก็คือ สวนสวย สระน้ำ ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับหมู่บ้าน
ลองปรึกษาดูว่าจะสามารถยกให้ เทศบาล/อบต. มาดูแลได้ไหม อาจยกให้เป็นสวนชุมชน
สระน้ำชุมชน อย่าไปหวงสถานที่ ว่าเดี๋ยวจะมีคนอื่นมาใช้
หาทางดูแลมันอย่างยั่งยืนดีกว่า ยังไง สวนสวย แล้วเราก็อยู่ใกล้กว่า
จริงๆจะมีซักกี่คนถ่อไปใช้ที่หมู่บ้านอื่น เห็นมีแต่หลายๆที่ ต้องทิ้งรกร้าง
เพราะไม่มีปัญญาทำนุบำรุง...
การดำเนินการเพื่อเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
ข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฮาบิเทียบางใหญ่
จดทะเบียนจัดตั้งที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี
สาขาบางใหญ่ เมื่อ 27 มิถุนายน 2555
หมวดที่ 13
การยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
ข้อ
44. เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์
และมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
หรือกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
ให้คณะกรรมการยื่นคำขอจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
ต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกำหนด
(พร้อมหลักฐาน
ดังต่อไปนี้
1.
หนังสือสำคัญการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
2.
รายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ที่มีมติให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
3. บัญชีที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และทรัพย์สินอื่นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
4. บัญชีหนี้
หรือภาระผูกพันของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
และหนังสือยินยอมของเจ้าหนี้ให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (ถ้ามี)
5. หลักฐานการจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น
(ถ้ามี) เพื่อรับโอนที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคบริการสาธารณะ และทรัพย์สินอื่น
ไปจัดการดูแลบำรุงรักษา)
ข้อ
45.
เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว
ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นอันยกเลิก
ให้ที่ประชุมใหญ่ตั้งผู้ชำระบัญชีภายในสี่สิบวันนับแต่วันจดทะเบียนยกเลิก
และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาใช้แก่การชำระบัญชีของนิติบุคคล ฯ โดยอนุโลม
ทั้งนี้ ห้ามมิให้ผู้ชำระบัญชีจำหน่ายที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ
เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกจะมีมติให้เป็นอย่างอื่นและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน
ผู้ชำระบัญชีต้องจัดการชำระบัญชีของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้เสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ยกเลิก
เว้นแต่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ
46. ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค
และบริการสาธารณะ รวมทั้งทรัพย์สินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่เหลือจากการชำระหนี้
ให้ผู้ชำระบัญชีดำเนินการโอนที่ดินและทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นกรณีมิได้จัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนที่ดินและทรัพย์สินดังกล่าวตามวรรคแรกให้ผู้ชำระบัญชีดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
- จดทะเบียนโอนที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคให้เป็นสาธารณะประโยชน์ตามที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นชอบ
หรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- จดทะเบียนโอนที่ดินอันเป็นบริการสาธารณะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้รับโอนต้องไม่ดำเนินการใด ๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลง
หรือส่งผลกระทบต่อการได้รับบริการ
หรือใช้ประโยชน์ในสิ่งอำนวยความสะดวกเดิมของสมาชิก
- ให้ดำเนินการเรื่อง ทรัพย์สินอื่น
ให้จัดแบ่งแก่สมาชิกตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และจัดการสาธารณูปโภค
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


